กสม. ลงพื้นที่นราธิวาสถอดบทเรียน 3 ปี การจัดการความขัดแย้งที่ดิน “พื้นที่เตรียมการอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป” มุ่งสร้างความเป็นธรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน

24/06/2569 40

          เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดงาน "ถอดบทเรียน 3 ปี" ความขัดแย้งระหว่าง "รัฐ กับประชาชน" กรณีการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกชีโป เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสรุปบทเรียนครั้งสำคัญ ภายใต้โครงการ “วิจัยสู่การปฏิรูปการเมืองไทยและการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่อย่างยั่งยืน” เพื่อร่วมกันหาทางออกและสร้างความเข้าใจที่ยั่งยืนระหว่างภาครัฐและชุมชน โดยมีนางปรีดา คงแป้น และนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนางสาวมณีรัตน์ มิตรปราสาท ที่ปรึกษาประจำ กสม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ เข้าร่วม ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

          กิจกรรมนี้ดำเนินการภายใต้โครงการวิจัยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม โดยมีเครือข่ายนักวิชาการศึกษานโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) เป็นองค์กรร่วมจัดงาน โดยมี นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวเปิดงาน

          ทั้งนี้ ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่รอบเขาเมาะแตครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอระแงะ อำเภอศรีสาคร อำเภอจะแนะ และอำเภอรือเสาะ มีประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานและทำสวนป่าเขา (บูเก๊ะ) มายาวนาน แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มีเอกสารสิทธิที่ดิน เมื่อมีการเตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายกว่า 38,222.43 ไร่ จึงเกิดปัญหาแนวเขตอุทยานฯ ทับซ้อนกับที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านใน 32 หมู่บ้าน

          เวทีเสวนาในหัวข้อ “สู่ความยั่งยืนและความเป็นธรรม : บทเรียนจากการจัดการความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน กรณีการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป” เป็นพื้นที่กลางในการรับฟังความคิดเห็นและข้อห่วงกังวลของชาวบ้านในพื้นที่โดยตรง ต่อกรณีการประกาศเขตพื้นที่เตรียมการอุทยานแห่งชาติเขาซีโป โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็น และแนวทางในการแก้ไขปัญหา ต่อมาในช่วงบ่ายเป็นการประชุมเพื่อแสวงหาแนวทางการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมร่วมกันระหว่าง กสม. ผู้แทนสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี ผู้แทนสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 สาขานราธิวาส ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการในพื้นที่ ตัวแทนชาวบ้านที่เป็นผู้นำชุมชนในพื้นที่โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ มีการสำรวจแนวเขตร่วมกัน เพื่อชี้แนวเขตให้ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

          กสม. ยืนยันเจตนารมณ์ในการเป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือ เพื่อให้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิในที่ดินทำกินและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนได้อย่างเป็นธรรม

เลื่อนขึ้นด้านบน