สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับหน่วยงานประจำจังหวัดเชียงใหม่ สภาองค์กรของผู้บริโภค เสริมพลังเยาวชนรู้สิทธิและรู้เท่าทันโลกดิจิทัล สานต่อ “สิทธิมนุษยชนกับเยาวชนผู้บริโภคในยุคดิจิทัล” ระยะที่ 2

16/09/2569 60

            เมื่อวันที่ 1, 9 และ 14 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พื้นที่ภาคเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ) ร่วมกับหน่วยงานประจำจังหวัดเชียงใหม่ สภาองค์กรของผู้บริโภค และศูนย์สร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “สิทธิมนุษยชนกับเยาวชนผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ระยะที่ 2” ณ โรงเรียนกาวิละวิทยาลัย โรงเรียนสารภีพิทยาคม และโรงเรียนดาราวิทยาลัย โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการอบรมในระยะที่ 1 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และมีความมุ่งหมายที่จะเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก และสิทธิผู้บริโภค ควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมดิจิทัล รวมทั้งติดตามการนำองค์ความรู้จากระยะที่ 1 ไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษา โดยมีนักเรียนและครูเข้าร่วมกิจกรรมรวม 3 ครั้ง จำนวนทั้งสิ้น 336 คน

            สิทธิมนุษยชนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโลกกายภาพ แต่ยังครอบคลุมถึงการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัล การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ ตลอดจนทักษะในการรู้เท่าทันข้อมูล และปกป้องตนเอง จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในสังคมดิจิทัล

            ในมิติของ สิทธิมนุษยชนและสิทธิเด็ก เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ ได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับความหมาย หลักการสำคัญของสิทธิมนุษยชน ตลอดจนอนุสัญญาและตราสารระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child: CRC) ซึ่งเป็นกรอบสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของเด็กในโลกออนไลน์

            ขณะเดียวกัน ยังได้สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) ซึ่งให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบของภาคธุรกิจและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนมีแนวทางในการเยียวยาเมื่อเกิดผลกระทบขึ้น รวมทั้งได้บรรยายถึงทักษะดิจิทัลที่สำคัญในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในโลกดิจิทัล ทั้งนี้ เพื่อให้เยาวชนผู้บริโภคในยุคดิจิทัลสามาถใช้เทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพ รวมไปถึงเคารพสิทธิมนุษยชนบนโลกออนไลน์ของผู้อื่น

            ในส่วนของสิทธิผู้บริโภค นายวัชรภัทร ธรรมจักร ผู้แทนหน่วยงานประจำจังหวัดเชียงใหม่ สภาองค์กรของผู้บริโภค และนายปิยะพงษ์ ปัญญาดา ผู้แทนศูนย์สร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภค 5 ประการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสาร สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกสินค้าและบริการ สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าและบริการ สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา และสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย โดยเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่เยาวชนสามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน เช่น การซื้อสินค้าออนไลน์ การตรวจสอบสินค้าก่อนชำระเงินปลายทาง การขอคืนเงินกรณีได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่ง และแนวทางขอความช่วยเหลือเมื่อถูกหลอกลวงให้โอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมยกกรณีศึกษาการดำเนินคดีผู้บริโภค เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม

            นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมกลุ่ม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการวิเคราะห์สถานการณ์ความเสี่ยงจากการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ โดยใช้หลัก “4 ต.” เป็นแนวทางในการปกป้องสิทธิ ได้แก่ 1) ต. ต้องสังเกต — สังเกตข้อมูล สินค้า ผู้ขาย และเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจ 2) ต. ตรวจสอบ — ตรวจสอบข้อมูล แหล่งที่มา ความน่าเชื่อถือ และช่องทางการติดต่อ 3) ต. เตรียมหลักฐาน — เก็บหลักฐานการซื้อขาย การสนทนา การชำระเงิน และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และ 4) ต. เตือนภัย — เมื่อพบความผิดปกติ ให้แจ้งเตือนผู้อื่นและขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางที่เหมาะสม

            การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนความสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน รู้สิทธิ รู้เท่าทัน และสามารถปกป้องสิทธิของตนเองในโลกดิจิทัล ควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย เป็นธรรม

            ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ จะร่วมกับหน่วยงานประจำจังหวัดเชียงใหม่ สภาองค์กรของผู้บริโภค และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค ในประเด็นต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเสริมพลังให้ประชาชนสามารถปกป้องสิทธิของตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่นได้อย่างยั่งยืน

เลื่อนขึ้นด้านบน