สำนักงาน กสม. สานพลังเครือข่ายจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

16/07/2569 5

          เมื่อวันที่ 9 - 10 กรกฎาคม 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล ภูเก็ต ซิตี้ โภคีธรา จังหวัดภูเก็ต สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และหอการค้าจังหวัดภูเก็ต จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชน โดยมีนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วม โดยกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงการจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนตลอดจนส่งเสริมให้มีการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กร โดยได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ภาคธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และภาคธุรกิจที่ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีภาคธุรกิจให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนกว่า 50 คน

          วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ในช่วงแรกของการประชุมฯ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวต้อนรับ และนำเสนอภาพรวมการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในกลุ่มเป้าหมายภาคธุรกิจพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่และบทบาทของภาคธุรกิจในการสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับองค์กรและสังคม จากนั้นได้รับเกียรติจาก นายจรัล ส่างสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงบทบาทของหอการค้าจังหวัดภูเก็ตในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ภาคธุรกิจนำหลักการสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการเพื่อสร้างความยั่งยืนและวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชนในองค์กร ต่อมานางสาวทิพวรรณ ระพือพล นางสาวพิชามญชุ์ ทองตัน และนายจินยง แซ่ตัน กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าภูเก็ต ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตในหลายมิติทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาชนเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตพัฒนาอย่างยั่งยืน

          จากนั้น รศ.ดร. ณัฐวุฒิ พิมพา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายความยั่งยืน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเสนอถึงหลักการสิทธิมนุษยชน และความสำคัญรวมถึงประโยชน์ที่องค์กรภาคธุรกิจจะได้รับจากการประกอบธุรกิจอย่างเคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงได้ยกตัวอย่างการดำเนินงานของภาคธุรกิจในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับนางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ในการนำเสนอให้เห็นถึงก้าวต่อไปของภาคธุรกิจที่ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การนำเสนอผลการขับเคลื่อนของภาคธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในเวทีต่างๆ การเตรียมเข้าร่วมโครงการองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน การอบรมหลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนในระดับต่อไป เป็นต้น

          นอกจากนี้ ดร. ชมเกตุ งามไกวัล อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ได้นำเสนอเกี่ยวกับมาตรฐานสากลซึ่งเป็นความท้าทายในการยกระดับความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ และแนวทางการเตรียมความพร้อมและการปรับตัวของภาคธุรกิจ รวมถึงบทบาทที่แตกต่างกันของธุรกิจขนาดใหญ่กับธุรกิจ SMEs โดยชี้ให้เห็นว่าธุรกิจขนาดใหญ่มีบทบาทในการกำหนดนโยบาย บริหารความเสี่ยง และผลักดันมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ SMEs ควรเตรียมความพร้อมในการยกระดับการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของคู่ค้าและตลาดโลกตามศักยภาพของกิจการ ด้วยมุ่งหวังให้ภาคธุรกิจมองการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลเป็นโอกาสในการสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน 

          สำหรับในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นกิจกรรมการเรียนรู้การจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับกลุ่มเป้าหมายภาคธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่มีความสนใจนำหลักการสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการองค์กร โดยรศ.ดร. ณัฐวุฒิ และนางสาววรพร ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ที่ภาคธุรกิจจะได้รับทั้งในด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง การสร้างความน่าเชื่อถือ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสีย เป็นต้น นอกจากนี้กิจกรรมคู่ขนานของกลุ่มเป้าหมายภาคธุรกิจที่ได้ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน เป็นกิจกรรมเรียนรู้กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน โดยนางสาวเพ็ญพิชชา จรรย์โกมล และนางสาวอรวรีว์ วัฒนเวชรัตน์ วิทยากรจากสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ได้ให้ผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ได้ทดลองทำการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ และแนวทางการจัดการข้อค้นพบจากการประเมินความเสี่ยง การสร้างกลไกร้องเรียนและเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ และการติดตาม ทบทวน สื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้เสีย เป็นต้น

          ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2566 – 2570 ในยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างพลังความร่วมมือส่งเสริมวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งเน้นการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจประกอบธุรกิจด้วยความเคารพสิทธิมนุษยชนควบคู่ไปกับการสร้างผลกำไร เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

เลื่อนขึ้นด้านบน